ความฝัน ความจริง
posted on 29 Apr 2010 13:00 by jutha90ประสบการณ์ความฝัน ปกติไม่ค่อยฝันบ่อยนัก แต่ก็เชื่อนะ ว่า ทุกคนเคยฝัน สุดแต่จะเล่า หรือจำความฝันของตัวเองได้หรือไม่ เราไม่รู้นะ ว่าความฝันมันเกิดขึ้นได้ยังไง ฝันของเราเป็นภาพสีนะ เหมือนเกิดขึ้นจริง
เราเคยฝันว่าไปสถานที่แห่งหนึ่ง มีคนทำบุญ กำลังทำอาหารเลี้ยงพระ อยู่ภายในศาลา เป็นเรือนไทย ทุกคนมีสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข แววตาปลื้ม และกำลังขมักเขม้นทำอาหารกัน แต่เอะไม่ได้กลิ่นอาหารนะ ได้แต่เห็น เรารู้สึกเหมือนเราเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีใครสนใจเรา จนมาหยุดที่ พระสงฆ์รูปหนึ่ง เราไม่รู้จัก หรือเคยเห็นที่ไหน ท่านบอกให้เรานั่งและยื่นมือมา ท่านให้พระเครื่อง เราไม่ได้ดูหรอก กำใส่มือมา ก้มกราบท่าน เงยหน้าอีกที รู้สึกว่า กำัลังเดินออกมาจากสถานที่นั้น และไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลังอีก แต่รู้สึกว่ามีผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาว คล้ายผู้ถือศีลเดินมาส่ง บริเวณที่เดินมา เป็นที่ราบปกคลุมด้วยใบไม้ที่ร่วงลงมา และอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เหมือนเป็นป่าโปร่ง เดินมาระยะหนึ่ง ผู้หญิงท่านนั้นได้หยุดและพูดว่า ฉันส่งแค่นี้นะ เราได้เห็นผู้หญิงคนนี้ หน้าตาสวยแบบไทยๆ ยิ้มเย็นสงบ เห็นแล้วรู้สึกสบายใจ รู้สึกถึงคำที่พูดที่พูดกันเสมอว่า ร่มเย็นเป็นสุข
ก็คงไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ยังมีฝันอีก เมื่อเราได้พบและรู้จักการนั่งสมาธิ จริงๆแล้วไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อย่างที่ใครมักมองอย่างนั้น คือเราเป็นเด็กนักเรียนวัด ก็เป็นธรรมดาที่ พระมาสอนในโรงเรียนด้วย ก็สอนนั่งสมาธินั่นแหละ ภาวนา "พุทโธ" ทำมาเรื่อยๆ แต่ที่พิเศษคือ เราฝันว่า หลวงปู่ทวด ได้ให้พระสามองค์ เป็นพระนั่ง พระยืน สีทอง องค์ใหญ่นะ บอกให้ ฝันเหมือนได้พบจริงๆ เลย ในฝันไม่มีเสียงนะ แต่รู้สึกว่าท่านบอกอะไร
ความฝันที่ฝันนั้นไม่บ่อยนะ แต่ฝันชัดเจนมาก แต่ที่เป็นจุดที่จะเล่าให้ฟังนี้ ทุกคนก็ต้องเคยฝันเสมออยู่แล้ว ยังมีความฝันที่สามารถแปลเป็นความจริงได้ในวันรุ่งขึ้นที่พบกับตัวเอง จะเล่าให้ฟังนะ
เราฝันว่า เราได้อุ้มลูกสาวและมองเห็นน้ำอยู่เบื้องหน้า และเมื่อมองออกไปตรงๆ เราเห็นน้ำนั้นแหวกพุ่งขึ้นเป็นทางเดินเป็นสะพานเดินไปได้ เราค่อยๆ อุ้มลูกสาวยังเล็กมาก 1 เดือนเท่านั้น เดินฝ่าไปบนน้ำอย่างที่เรียกว่าใจสงบมาก ทันใดนั้นก็มีจรเข้ตัวใหญ่พุ่งขึ้นมางับอย่างแรง แต่ไม่โดน เรายังคงเดินต่อไปจนถึงกลางทะเลมีเรือจอดรออยู่ เราได้ขึ้นเรือลำใหญ่ไป โดยยังอุ้มลูกอยู่กับอก นั่งมองออกไปข้างนอกแผ่นน้ำเงียบสงบ และทุกคนบนเรือก็เงียบสงบด้วยเช่นกัน ฝันถึงแค่นี้ เราก็ตื่น ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง และวันรุ่งขึ้น ก็ทำหน้าที่ของแม่ตามปกติ จนได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจึงเดินไปรับสาย เสียงที่เราได้ยินนั้น เป็นเสียงผู้หญิง ที่เขาโทรมาหา สามีของเรา ต่อว่าเรา เพื่อที่จะให้ออกไปรับเข้ามาในบ้าน พอดีขณะนั้นสามีได้ออกไปซื้ออาหารมาให้ทาน ก่อนที่จะออกไปข้างนอก เป็นวันหยุดพอดี เรายืนยันว่าเขาไม่อยู่ แล้ววางหูไป สักพักหนึ่ง ทั้งคู่ คือ สามีของเรา พร้อมด้วยผู้หญิงคนที่โทรฯ มาได้เดินเข้ามาด้วยกัน ที่บ้าน เขามานั่งมองเรากับลูกด้วยสายตาโกรธแค้น ด่าว่าเรา ส่วนเรานั้นได้แต่อุ้มลูกแนบกับอก ด้วยใจเต้น กลัวเขาจะทำร้ายลูกเพราะกำลังตัวร้อน จนสักพัก สามีได้พาเขาออกไปข้างนอกบ้าน ตัวเรารู้สึกเหมือนจะเป็นลม แต่ต้องทนฝืนเพื่อลูกที่ยังต้องการแม่ ความฝันเป็นจริงแต่ต้องแปลความหมายแต่ขณะนั้นเราเข้าใจว่า มีอะไรหน่อที่ดลจิตดลใจเราให้รู้ล่วงหน้า ยังมีความฝันอีกนะ
เราเข้านอนแต่หัวค่ำและได้ฝันเห็นองค์พระที่เป็นโลหะทองเหลืองหักครึ่งองค์ ของในห้องพระตกลงมากระจายอยู่ที่พื้น ภาพที่เห็นเห็นสภาพที่อยู่กับพื้นแล้ว ของเกลื่อนพื้น เราตกใจตื่นมาตอนตีหนึ่ง ตกใจ..กลัวแต่จะมีเหตุร้ายแรง แต่ไม่รู้เรื่องอะไร เล่าให้ใครฟังเขาบอกแต่ว่าเราไปทำอะไรที่ไม่ดีหรือเปล่า เราไม่เคยทำอยู่แล้ว เว้นระยะไปอีก 2 วัน ฝันใหม่ เหมือนเดิมเลย คิดไม่ออกแล้ว คิดทั้งวัน ว่าเราไปทำอะไรมานี่ หรือมันจะเกิดอะไร....จนวันต่อมาฝันอีกเหมือนเดิมเลย ที่เรานั่งคิดว่าเราเห็นอะไรบ้าง เราเห็นพระหัก เราแปลว่ามีใครทำอะไรให้พระท่านต้องเป็นเช่นนั้น อะไรรบกวนพระ ในห้องพระมีอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง ทบทวนย้อนหลังไปว่าทำอะไรจนนึกออกได้ว่า.....
เมื่อวันหยุดวันหนึ่งได้ทำความสะอาดห้องพระ ห้องพระที่บ้านจะจัดลำดับพระพุทธ พระสงฆ์ พระมหากษัตริย์ ลดหลั่นกัน แต่ความที่เราไม่ทราบคิดว่า น่าจะนำรูปปั้นของพระปิยมหาราช วางที่โต๊ะหน้าองค์พระ ขยับจากขวามือมาข้างหน้า แต่รูปปั้นท่านเป็นองค์ยืน ขณะนั้นเรามองว่าดีแล้วแหละ คือเราวางบังหน้าองค์พระซึ่งเป็นการมิบังควรนั้นเอง จะบอกได้ไหมว่า พระองค์ท่านได้มาให้เราฝันอย่างนั้น
คิดได้ดังนั้น กลัวนะ กลัวมาก ไม่อยากเข้าห้องพระเลย แต่ต้องทำ นำพวงมาลัยไปขอขมาท่าน
ความฝันเป็นจริงหรือเทพดลใจเรา ให้ทำให้ทราบ ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว ว่าเรามิได้อยู่ตามลำพังหรอก เราทำอะไรไม่มีใครรู้หรอก บางคนอาจเถียงว่า ไม่เห็นมีเลย ไม่เคยฝันเลย หรือว่า ท่านไม่รู้จะบอกเราอย่างไร คุณปิดใจซะแม้แต่คนแท้ๆ ที่อยู่ใกล้คุณ เลี้ยงคุณมา ยังไม่สามารถเข้าใจ เข้าถึงใจ ของคุณเลย ขอบอกนะ อย่าให้เกิดเลย หรือเกิดแล้ว ก็แก้ได้นะ คำว่า "ขอโทษ" ขอขมา ยอมรับผิด กับพ่อแม่ ของเรา คนที่มีพระคุณกับเราเมื่อเรายังเป็นผู้ที่พึงพาใครไม่ได้
ยังไม่หมดนะ เคยฝันเรื่อง เห็นสลากกินแบ่ง ว่ามันออกเลขอะไร ด้วย แต่เราไม่ได้เล่นค่ะ แต่คนอื่นเอาไปเล่น โดยกลับเลขตามใจเขา เขาถูกนะ แต่เราไม่มีโชคทางนี้เลย
ความฝันที่ทำให้เราเปลี่ยนความเห็นไปเลยละ เราเชื่อว่า ที่เขาเรียก "six sence" นั้นมันเป็นอย่างไร
****เป็นความฝันในตอนรุ่งสางของเช้าวันหนึ่ง ทุกอย่างเหมือนจริง เราตื่นขึ้นมาประมาณ ตีห้าสี่สิบห้า แฟนกำลังเดินเข้ามาในห้อง (เขาตื่นก่อน) ลืมตามองเพดาน ด้วยรู้สึกว่าสิ่งที่พบเห็นนั้นจริงไหม เคยไปไหม ลุกขึ้นนั่งแล้วถามแฟนว่า เราเคยไปวัดตะเคียนไหม คำตอบคือ ไม่เคย เขาบอกว่า ไปหัดขับรถกันเถอะ เขาสอนให้ ก็จัดเตรียมตัว ไป ขึ้นขับรถออกจากบ้านไป บนถนนที่ตัดใหม่ ยังไม่เปิดใช้เลย เลยไปจนถึงก่อนเข้าวงเวียนพระรามห้า มีรถน้ำมันคันใหญ่บัง คือขับข้า เราไม่กล้าจะแซงรถคันนี้เพื่อวนรถกลับได้ จึงขึ้นสะพานข้ามแยกไปวนใต้สะพานวกรถกลับบ้าน ขณะที่วนกลับ ตาได้เหลือบไปเห็นป้ายบอกชื่อวัด ตะเคียน ขณะนั้นเวลา เก้าโมงเช้า เราขับรถเข้าไปในวัด สภาพที่เราเห็นนั้น.....ให้ย้อนกลับไปในความฝันที่เมื่อเช้าได้เลย เราฝันว่า
ได้เห็นป้ายวัดตะเคียน เป็นป้ายไม้แผ่นใหญ่ แกะสลักเป็นชื่อวัดตะเคียนด้วยตัวอักษรสีทอง และเดินข้ามสะพานเป็นสะพานไม้มีกิ่งตะเคียนออกดอกสีขาว โน้มกิ่งลงมาจนต่ำต้องก้มตัวรอดกิ่งนั้นขึ้นไปบนสะพาน ขณะที่เราสัมผัสกิ่งและดอกตะเคียน ทำไมรู้สึกเป็นสุขใจ และเราก็เดินไปบนสะพานแต่ปรากฏว่า สะพานหักไม่สามารถข้ามไปได้ แต่ได้ข้ามน้ำไปอีกฝั่งหนึ่งโดยว่ายข้ามน้ำไป พบจรเข้ตัวเล็กว่ายข้ามบ่าของเราไป แต่ไม่รู้สึกกลัวเลย ส่งตัวเขาข้ามผ่านไป แล้วเดินขึ้นไปเดินที่ในวัดแบบสุขใจ
แล้วบัดนี้ เราได้มาถึงวัดตะเคียนและได้เห็นสะพานเข้าวัดซึ่งบัดนี้เป็นสะพานปูนซีเมนต์แล้ว พระที่นั่นเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีต้นตะเคียนหลายต้น เจ้าอาวาสได้ตัดและมีเหลืออยู่ต้นเดียว ซึ่งท่านมาขออย่าตัดต้นท่านเลย เราก็ทราบเท่านั้น และในวันนั้นได้ไปจุดธูป 9 ดอก บอกกับท่าน ว่าเราได้มาไหว้แล้วนะ เชื่อไหมว่า ที่ต้นกำลังออกดอกเป็นสีขาวเต็มต้นเลย
นับแต่นั้นมา เราเชื่อเรื่องลี้ลับนะ เราเชื่อภพมิติที่ซ้อนอยู่ เราเชื่อ ลางสังหรณ์ของเรา เพราะไม่ได้เป็นเรื่องคิดเอง เพราะเรามีสติ ระลึกรู้ สิ่งใดผิด ถูก
หวังว่าสิ่งที่เขียนเล่ามานี้ คงได้รับประโยชน์นะ แต่รับรองเรื่องจริงทุกคำพูด ไม่เชื่อก็ต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองแล้วละ
#1 By zero-be on 2010-04-29 14:40