ความรู้สึกดีๆ

posted on 29 Apr 2010 10:20 by jutha90

คุณเชื่อไหม ว่า ความรู้สึกดีๆ นั้น ที่จริงแล้ว มีอยู่รอบตัวเรานี่แหละ แต่การจะได้รับนั้นต่างหากจะ

ทำอย่างไร เราทุกคนรู้ว่าสิ่งใดดีกับเรา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ถ้าหากคุณเป็นบุคคลชนิดที่ต้องการให้

คนอื่นทำตามที่ใจเราปรารถนา และทำในสิ่งที่เราไม่ปรารถนา เชื่อได้เลยว่า คุณจะได้รับแต่สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา

ทุกประการ รู้ได้อย่างไร ก็คนรอบข้างเขาแสดงให้ดู เขาบอกเราด้วยการกระทำ การพูด การแสดงสีหน้า

ท่าทาง ไม่เลือกนะว่าจะเป็นบุคคล หรือ สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ รวมได้ว่า สิ่งมีชีวิต และ ไม่มีชีวิต รอบตัวเรา !

ยกตัวอย่างสักเรื่องนะ

ที่บ้าน จะมีสัตว์เลี้ยงและไม่ได้เลี้ยง (นกหลายๆชนิด,กระรอก) ค่อนข้างเยอะ ที่เลี้ยงคือ สุนัข

ตั้งแต่เรายังเด็ก (++)  ชอบที่จะเก็บสุนัขจรจัด หรือ สุนัขตามตลาดมาเลี้ยงเสมอ เห็นชีวิตของมันแต่ละรุ่น

สุนัขไทย เลี้ยงง่าย ไม่มีโรคมากนัก และ วันหนึ่งก็มีคนนำมาสุนัขมาให้ ที่บ้าน เนื่องจากมันถูกปล่อยอยู่แถว

อู่รถเมล์ เป็นสุนัขไทย สีดำ ตอนที่ได้มันมาตัวมันอ้วนกลม สีดำ ขนฟู และเต็มไปด้วยหมัดตัวแดงๆ เต็มไปหมด

แม่ก็ทำความสะอาดให้มัน จนมันน่ารัก 

ฉันตั้งชื่อมัน ว่า สีนิล มันโตเร็วมาก รูปร่างสูง ขายาว สง่างามมาก และวิ่งเร็ว แข็งแรง ฉลาดมาก รู้จักเฝ้า

บ้าน หวงบ้าน และรักเจ้าของมาก เมื่อเรากลับจากทำงาน มันแทบจะพูดออกมาเป็นเสียงมนุษย์ มันร้องดีใจ

และเข้ามาเคล้าเคลียเพื่อให้ลูบหัวมัน เพราะเราทำเช่นนั้นอยู่ทุกครั้งเมื่อเข้าบ้าน และก็บอกว่า พอแล้วนะนิล

ไปนอนเถอะ มันก็เิดินไปนอนเฝ้าหน้าบ้าน ซึ่งก็มีรั้วรอบขอบชิดนั่นแหละ  มีบ้านให้เขานอน แต่เขาไม่ชอบ

ชอบนอนหน้าประตูเข้าบ้านเลย กลางคืน ถ้าใครจะเข้าออก เขาก็หลบให้ พอเราปิดประตู มันจะนอนที่พรมสีแดง

หน้าประตูตามเดิม คนภายนอกกลัวเจ้าสีนิลมาก เราเชื่อเขาได้เลยว่า ถ้าเขาเห่า แสดงว่าต้องมีสิ่งผิดปกติ

เพราะทุกครั้งคือเป็นเช่นนั้น มีคนเคยทำร้าย โดยตีมันด้วยตะปู เพราะเขาเดินผ่านหน้าบ้าน แต่เราไม่รู้ว่ามันเกิด

อะไรขึ้น เขาบอกว่านิลกัด เขาจึงเอาไม้ตีมัน เราดูลักษณะ เขา เป็นคนมาจากที่อื่น เขามาอาศัย ในบริเวณอาณา

บริเวณบ้าน ซึ่งบ้านของเราเป็นทางปิด ทางตัน เป็นที่ตาบอด ต้องอาศัย ที่ดินคนอื่นเข้าบ้าน เราจึงปิดประตูกั้น

ไม่ให้คนภายนอกเขามา แต่คนนี้เข้ามาทำอะไร ในวันนั้น นิลเจ็บมาก ถูกตีที่ใกล้หางตา ฉีกกว้าง ต้องไปหาหมอ

พ่อ ของเรานั้น ได้ไปรับหมอจากคลีนิคใกล้บ้านมาฉีดยาและเย็บแผล แต่ไม่ได้ใส่แผ่นพลาสติกกันไม่ให้นิลเกา

แผลได้ เขาเรียกว่า ลำโพง ปรากฏว่า นิลเกาซะจนแผลเป็นหนอง และฉีกเหมือนเดิม พ่อก็ตามหมอมาอีก เขา

บอกต้องเย็บใหม่ เขาขอนิลไปอยู่ที่คลีนิค พ่ออนุญาตให้พาไป  พอสักวันที่ สอง เราสงสัยมาก จึงตามไปดู

ปรากฎว่าไม่มีหมอ และขังมันไว้เฉยๆ เป็นคลีนิคเถื่อน สีนิลเห็นเรา มันดีใจมาก เห็นแววตา เราเข้าใจทันที ว่ามัน

รู้สึกอยากกลับบ้าน เราก็ต่อว่าเจ้าของคลีนิคไปว่า คุณไม่รับผิดชอบ และไม่ได้ัรักษาตามที่ควรทำเยี่ยง

สัตวแพทย์ เราได้นำสีนิลกลับบ้านและพาไปหาหมอที่ ร.พ.สัตว์เล็ก จุฬา  ฉีดยาเข็มเดียว แก้อักเสบติดเืชื้อ มัน

ก็หายเป็นปกติ ในเร็ววัน  และก็ไม่เคยป่วยอีกเลย ที่บ้านยังมีสุนัขพันธุ์ค็อกเกอร์สีดำอีกตัวหนึ่ง มันจะไม่ค่อย

ฉลาดคือจำใครไม่ค่อยได้จำได้แต่พ่อคนเดียว ต้องใกล้ๆ ก็จำได้ เป็นมานานไม่ต้องรอให้แก่แล้วจึงเป็นอย่างนี้

แค่เราใส่เสื้อผ้าชุดใหม่มันก็จะเห่ามากจนต้องไปเปลี่ยน หรือว่าเราคงแย่มาก จน (หมาเห่า) และเวลาออกนอก

บ้านซึ่งเป็นสวนที่บางแห่งก็รก เพราะไม่ได้ทำสวนแล้ว ถ้าไม่ใช้เชือกจูง มันจะวิ่งเข้าไปในสวน ซึ่งก็มีอยู่ครั้ง

หนึ่ง พ่อแม่ไม่อยู่ เราต้องดูแลบ้าน ปรากฏว่า ลืมปิดประตูรั้ว มันออกไปวิ่งเล่น และเป็นเวลาพลบค่ำ เราก็เดินไป

หามันตรงสุดถนนและต่อไปเป็นสวนมืดๆ มันเงียบนะ มีแต่สีนิลอยู่ข้างๆ มันมองเขาไปในสวน เหมือนเรามอง

เข้าไปและคิดว่าจะทำยังไงดี เราพูดกับนิลว่า ทำไงดีละนิล สงสัยต้องไปเอาไฟฉายมา และเข้าไปตามมัน เราก็

ทำตามนั้น พอได้ไฟฉายมามันวิ่งตามเราเข้าไปไม่รอช้า นำหน้าเราเข้าไปในสวน ด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว

สีหน้ามัน เรายังจำได้และมันก็ไปต้อน เจ้า แบง แบง !! ออกมาจากสวน และทำเสียงดุใส่เจ้าแบง แบง ทำท่า

ขย่ำคอ เบาๆ เหมือนดุและวิ่งต้อนมันเข้าบ้านไป ด้วยเนื้อตัวเลอะไปด้วยขี้โคลน สีนิลเป็นสุนัข หรือใครไม่ถนัด

จะเรียก มักเรียกกันว่า หมา....  ก็ได้  จากข้อเขียนนี้ เราได้อะไรบ้าง สุนัขมีนิสัยดี มีความคิด หมามีนิสัย เฉพาะ

ไม่เหมือนกัน

และความชราก็มาเยือนมัน ที่จริงมันควรจะอยู่ได้นานกว่านี้ แต่มันเป็นโรคเลือดจาง เพราะมีพยาธิในเลือด

เราพาไปหาหมอ เพราะเหตุว่ามันชัก และไม่สามารถกลับเป็นสีนิลตัวเดิม เราป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดตัวให้

สีนิลไม่สามารถเดินไปไหนๆ ได้อีก เราเช็ดทุกสิ่งที่ออกมาจากตัวของสีนิล และคุณเชื่อไหมว่า เราเห็นแววตา

ซึ่งมัน เกรงใจเรา ที่จะเช็ดให้มัน ด้วย การถอนหายใจ เหมือนคนเลย มันพยายามรวบรวมกำลัง ยกหัวมันมาให้

เราสัมผัสเหมือนที่มันเคยทำ เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตที่มันจะทำได้  มันพยายามจะลุกขึ้น หลายครั้ง เราก็นวด

ทำเหมือนกายภาพให้ ประคบเหมือนคน และปล่อยให้นอนในที่สบายตามลำพัง

และมันลุกเข้ามาหาเราในครัว เป็นครั้งสุดท้าย และนอนล้มลง หายใจเหนื่อยๆ เราสงสารมันนะ แต่มัน

เป็นกฏของชีวิตที่ต้องมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราช่วยมัน สีนิลยังคงกินอาหารได้ ขับถ่ายได้ เราหวังว่าจะดีขึ้น แต่

จน 10 กว่าวันผ่านไป สีนิลเริ่มไม่กินอาหารแล้ว พาไปให้น้ำเกลื่อ อาการดีขึ้น แต่มันนอนอย่างเดียว สายตาเริ่ม

ไม่รับรู้อะไร นอนนิ่ง ๆ คืนหนึ่งผ่านไป ไม่รับอาหารและน้ำอีก ไม่ขยับตัว แต่ยังคงหายใจอยู่

เช้าวันต่อมา ยังเห็นสีนิลนอน หายใจแรงขึ้น คงเป็นการต่อสู้กับการมีชีวิตอยู่ของสีนิลเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เราจึง

บอกกับสีนิลว่า จงหลับให้สบายนะ และลูบหัวสีนิลเป็นครั้งสุดท้าย เขาหายใจออกแรงๆ สองครั้ง และไม่หายใจ

เข้าแล้ว เขาก็จากไป อย่างไม่มีวันกลับแล้ว ไม่มีสีนิลแล้ว   

เขาได้ทำหน้าที่ของเขา ไม่เคยบ่นเลย ไม่ว่าจะร้อน หนาว หิว ใช่ว่าเขาไม่สามารถพูดอย่างเราได้ แต่

เขามีจิตใจที่สื่อถึงเรา เพียงแต่เราเปิดใจของเรายอมรับ ว่า ทุกชีวิตนี้เกิดมาบนแผ่นดิน มีความรู้สึกและได้รับ

ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเท่าเทียมกัน หิว ต้องการอาหารเลี้ยงร่างกาย ต้องการอากาศหายใจ

ต้องการความอบอุ่นทั้งกาย และ จิตใจ ต้องการความเอาใจใส่ ต้องการคนสนใจ ต้องการเป็นที่ยอมรับ ต้องการ

เพื่อน และ......<คลิ้ก>( ลิ้งที่เห็นคือรูปนิล )

edit @ 29 Apr 2010 14:48:18 by firefly

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

* - *


อื ม ม มม ม


ดี มากมา ยย ย